วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไม้เทียมเพื่อลดภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อน เป็นปัญหาของคนทั้งโลก ซึ่งทุกคนทุกหน่วยงานต่างให้ความสำคัญและเริ่มตื่นตัวในการช่วยกันลดภาวะโลกร้อนนี้ โดยสาเหตุหลักๆ ของปัญหานี้คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะเรือนกระจก(Green house effect) ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม และมนุษย์เรายังได้เพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัสออกไซด์ และคลอโรฟลูโรคาร์บอน(CFC) เข้าไปอีกด้วย นอกจากนี้การที่เราตัดและทำลายป่าไม้จำนวนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์ ส่งผลให้กลไกในธรรมชาติดึงเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดประสิทธิภาพลง อันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนด้วยปัญหาดังกล่าว รองศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล แจ้งชัด สังกัดภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จึงมีหนึ่งแนวคิดในการลดภาวะโลกร้อนโดยการนำหญ้าแฝกมาทำเป็นไม้เทียม เพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่ามาทำเฟอร์นิเจอร์ โดยโครงการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล แจ้งชัด ได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้ในการวิจัยสร้างไม้เทียมหรือไม้คอมโพสิต และจากการทดสอบคุณสมบัติพื้นฐานพบว่าสามารถในการยืดหยุ่น โค้งงอ ทนต่อสภาพแสงแดดได้ดีกว่าไม้ธรรมชาติ และยังดูดซับน้ำได้น้อยกว่า มีการสูญเสียจากการที่ปลวกกัดกินเพียง 1.2% ซึ่งปกติไม้ยางพาราจะถูกปลวกกัดกินถึง 20%“ในการวิจัยนี้ได้นำหญ้าแฝกมาแบ่งเป็นสองส่วนเพื่อบดเป็นผง และใช้เครื่องจักรที่ให้ความร้อน มีความดันสูงตีหญ้าแฝกออกเป็นเส้นใยด้วยความร้อนเชิงกล (ทีเอ็มพี) ก่อนนำไปผสมกับพลาสติก 3 ชนิด ได้แก่ พีวีซี โพลีเอทธิลีน และโพลีโพรพิลีน
จากนั้นใช้เทคนิคการขึ้นรูปพลาสติก เช่น การอัดรีดมาช่วยขึ้นรูปเป็นพลาสติกคอมโพสิตรูปแบบต่างๆ และส่วนผสมที่ใช้พลาสติกพีวีซีจะเหมาะกับการใช้งานภายในอาคารมากกว่าพลาสติก 2 ชนิดหลัง ซึ่งเหมาะแก่การนำไปใช้ภายนอกอาคาร เนื่องจากทนแดดทนฝนได้ดีกว่า ปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาหญ้าแฝกให้เป็นวัตถุดิบระดับอุตสาหกรรมนั้น อยู่ที่อายุการปลูกและตัด อีกทั้งปริมาณการปลูกที่ยังค่อนข้างน้อย เนื่องจากส่วนใหญ่ชาวบ้านจะตัดปีละหนึ่งถึงสองครั้งต่อปี ใช้ปลูกคลุมดินและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์งานฝีมือเป็นส่วนใหญ่ จึงยังไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนาไปยังระบบอุตสาหกรรม” รองศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล กล่าว


นอกจากนี้ประโยชน์ของไม้เทียมที่พัฒนาขึ้นยังช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อน เนื่องจากเป็นการนำเศษไม้เหลือใช้มาเป็นส่วนผสม ลดการตัดต้นไม้มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์โดยตรง ทั้งยังเป็นการนำพลาสติกเหลือใช้หรือใช้แล้วมาหลอมขึ้นใหม่อีกด้วย นอกจากหญ้าแฝกแล้ว นักวิจัยยังนำไม้ยางพารา ยูคาลิปตัส กาบมะพร้าว ชานอ้อย มาทดลองผสมพลาสติกขึ้นรูปเป็นไม้เทียมอีกด้วย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ไม้เหลือใช้ และลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคระยะยาว โดยขณะนี้ไม้เทียมดังกล่าววิจัยแล้วเสร็จ โดยมีบริษัท เบสโพลิเมอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สนับสนุนด้านเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมกับทดลองขึ้นรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะรับแขก ม้านั่งกลางแจ้งและบ้านสุนัข เป็นตัวอย่างใช้งานภายใน สจล.